เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘พิพัฒน์’ ชี้ไทยติดกับดักคำว่า NGO ค้านบิ๊กโปรเจ็กต์ รบ. ขอมีเหตุผล-นึกผลดีประเทศ
Politics ‘พิพัฒน์’ ชี้ไทยติดกับดักคำว่า NGO ค้านบิ๊กโปรเจ็กต์ รบ. ขอมีเหตุผล-นึกผลดีประเทศ
วราวุธ ยังไม่ชง ครม. ตั้ง-ต่ออายุ ‘ปลัดอุตฯ’ ชี้ในกระทรวงคนเก่งเยอะ
Politics วราวุธ ยังไม่ชง ครม. ตั้ง-ต่ออายุ ‘ปลัดอุตฯ’ ชี้ในกระทรวงคนเก่งเยอะ
ราคาทองวันนี้ (18 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
AIS Academy เปิดคลาสสัมนา AI ฟรี โดยวิทยากรระดับโลก จากยูสเคสจริง
Tech AIS Academy เปิดคลาสสัมนา AI ฟรี โดยวิทยากรระดับโลก จากยูสเคสจริง
หุ้นไทยยังมีแรงไปต่อ! 3 โบรกฯ เปิดหุ้นเด่น TOP-SJWD นำทัพ
Finance หุ้นไทยยังมีแรงไปต่อ! 3 โบรกฯ เปิดหุ้นเด่น TOP-SJWD นำทัพ
ชงร่างกฎหมาย 4 ฉบับเข้า ครม. คุ้มครองคนทำงานบนเรือ-รับงานไปทำที่บ้าน
Politics ชงร่างกฎหมาย 4 ฉบับเข้า ครม. คุ้มครองคนทำงานบนเรือ-รับงานไปทำที่บ้าน
‘อนุทิน–เอกนิติ’ ไม่พอใจเศรษฐกิจปีนี้โต 2.2% ขุนคลัง ชี้ 3 ทิศทางเคลื่อน ศก.ไทยจากนี้
Politics ‘อนุทิน–เอกนิติ’ ไม่พอใจเศรษฐกิจปีนี้โต 2.2% ขุนคลัง ชี้ 3 ทิศทางเคลื่อน ศก.ไทยจากนี้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (18 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (18 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังการเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังการเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน
สรรพากร-บก.ปอศ. บุกทลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ มูลค่าความเสียหายกว่า 360 ล้าน
Finance สรรพากร-บก.ปอศ. บุกทลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ มูลค่าความเสียหายกว่า 360 ล้าน
ดูทั้งหมด

วีซ่ารุกบริการ QR Credit ตั้งเป้า 20% ลดต้นทุนระบบ

24 พ.ค. 2568 | 20:30น.
Punnamas

วีซ่า ประเทศไทย เผยไทยเป็นประเทศแรกออกบริการ “Visa QR Credit” ต่อยอดบริการ “Scan to Pay” หลังยอดธุรกรรมโตพุ่ง 130% พร้อมตั้งเป้าผู้ถือบัตรหันมาใช้บริการ 10-20% คาดช่วยลดต้นทุนทั้งระบบ ระบุ เห็นสัญญาณนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตลดลงไตรมาส 2/68 เหลือ 10% จากไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 15%

นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้นำในด้านการชำระเงินผ่าน QR Payment แม้ว่าการใช้เงินสดยังคงมีสัดส่วนราว 70% โดยเฉพาะนอกเมือง หรือในต่างจังหวัด ซึ่งวีซ่ามองว่าเป็นโอกาสที่จะเข้าไปช่วยขยายช่องทางการชำระเงิน โดยวีซ่าพยายามผลักดันเรื่องของบริการชำระเงินผ่านคิวอาร์ หรือเรียกว่า “Scan to Pay” มาตั้งแต่ปี 2561-2562 ภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วางระบบโครงสร้างพื้นฐานระบบการโอนเงินรูปแบบใหม่ “พร้อมเพย์” ในปี 2559

โดยปัจจุบันอัตราการเติบโตของจำนวนรายการผ่าน “Scan to Pay” ของวีซ่า พบว่า มีอัตราการเติบโตต่อไตรมาสสูงถึง 130% ซึ่งการใช้งานครอบคลุมสถาบันการเงินมากกว่า 90% ของระบบ

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการต่อยอดบริการ “Scan to Pay” เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 วีซ่าได้ขยายบริการ “Scan to Pay with Visa QR Credit” ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกที่ออกบริการดังกล่าว โดยร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) รวม 8 แห่ง เพื่อให้บริการดังกล่าว ส่วนประเทศอื่น ๆ คาดว่าจะทยอยออกบริการ “Visa QR Credit” ตามมา เช่น อินเดีย, ญี่ปุ่น และสหรัฐ เป็นต้น

ทั้งนี้ วีซ่าคาดหวังว่าจะมีผู้ถือบัตรเครดิตของวีซ่ามาใช้บริการ “Scan to Pay with Visa QR Credit” ประมาณ 10-20% ของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งหมด

“มองไปข้างหน้า Visa QR Credit จะมาช่วยทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น และต้นทุนของระบบจะปรับลดลง ทั้งต้นทุนของร้านค้าในการวางเครื่องรับบัตร (EDC) ที่มีต้นทุนเฉลี่ย 5,000-10,000 บาท ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษา และผู้ออกบัตร ไม่ต้องออกบัตรที่เป็นพลาสติกที่มีต้นทุนเป็นหลายล้านบาท หรือต้นทุนของการทุจริต (Fruad) ที่มีมหาศาล ซึ่งหากต้นทุนทั้งระบบลดลง เราจะเห็นสิทธิประโยชน์ไปอยู่กับลูกค้า และธนาคารจะเสนอโปรโมชั่นที่ถูกมากขึ้น”

นายปุณณมาศกล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต (Spending) ผ่านบัตรวีซ่า พบว่า กลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง (Affluent) ที่มีรายได้มากกว่า 7 หมื่นบาทต่อเดือน ยังมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8% ขณะที่กลุ่มทั่วไป (Mass Affluent) รายได้ต่ำกว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน ยังค่อนข้างเหนื่อย มีอัตราการเติบโต 5%

โดยหมวดการใช้จ่ายบัตร อันดับแรก คือ หมวดประกัน ซึ่งเป็นหมวดที่ใช้จ่ายมากที่สุดในไทย และเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงก่อนการประกาศ Copayment และอันดับ 2 หมวดน้ำมัน เติบโตน้อยลง โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน เพราะคนหันไปใช้รถไฟฟ้า (EV) มากขึ้น และอันดับ 3 หมวดซื้อของในห้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ต และหมวดสุขภาพและอีคอมเมิร์ซ

อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายของคนไทยในต่างประเทศจะเห็นว่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด และหากดูการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในไทย จะพบว่า ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตชะลอลงเช่นกัน โดยในไตรมาส 1/2568 มีอัตราการเติบโต 15% และหากดูทิศทางในไตรมาส 2/2568 ลดลงเหลือ 10% จากในปี 2567 ยอดใช้จ่ายมีอัตราการเติบโต 20%

“จากภาพรวมการใช้จ่ายท่องเที่ยวที่ปรับลดลง วีซ่าได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการทำข้อมูลในการวิเคราะห์เพื่อดูนักท่องเที่ยวที่เข้ามาอยู่ยาวและใช้จ่ายสูง เพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและตรงจุดมากขึ้น เช่น กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (UAE) ที่ให้ความสนใจและมาเที่ยวไทยขึ้นมาเป็นอันดับ 2 จากเดิมอยู่ในอันดับ 3-5 รวมถึงอินเดียและอิสราเอลด้วย เพราะจะเห็นว่ากลุ่มอาหรับจะมาเป็นครอบครัว ทำให้การใช้จ่ายสูงกว่าประเทศอื่น”