เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
Tech ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
Politics กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
กรมขนส่ง ไขข้อสงสัยป้ายทะเบียน TC-QC รถทดสอบต่างกันอย่างไร
Automotive กรมขนส่ง ไขข้อสงสัยป้ายทะเบียน TC-QC รถทดสอบต่างกันอย่างไร
GDP ญี่ปุ่น Q2 ขยายตัว 1.1% ต่ำกว่าคาด โจทย์ยาก BOJ สื่อสารขึ้นดอกเบี้ย
World GDP ญี่ปุ่น Q2 ขยายตัว 1.1% ต่ำกว่าคาด โจทย์ยาก BOJ สื่อสารขึ้นดอกเบี้ย
เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
Politics ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
เศรษฐกิจภูมิภาค ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน AI ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
Politics ‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน AI ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

Netflix จ่อขึ้นราคาแพ็กเกจพื้นฐาน

06 ต.ค. 2566 | 15:48น.
Netflix

สื่อนอกรายงาน Netflix วางแผนเตรียมขึ้นราคาแพ็กเกจ หลังต้นทุนเพิ่มจากการเจรจาค่าตอบแทนแรงงานสายบันเทิงหยุดงานประท้วง สอดรับกับกระแสการขึ้นราคาค่าบริการสตรีมมิ่งทั่วโลก

วันที่ 6 ตุลาคม 2566 สำนักข่าว The Wall Street Journal รายงานว่า Netflix วางแผนที่จะขึ้นราคาค่าบริการ หลังจากที่แรงงานในอุตสาหกรรมบันเทิง เมืองฮอลลีวูด สหรัฐอเมริกา หยุดงานประท้วง

Netflix วางแผนที่จะขึ้นราคาจากบริการแบบไม่มีโฆษณา โดยจะรอจนกว่านักเขียนและนักแสดงฮอลลีวูดจะยุติการประท้วงหยุดงาน สมาคมนักเขียนแห่งอเมริกาได้ประกาศข้อตกลงเบื้องต้นกับสตูดิโอต่าง ๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และ Screen Actors Guild ซึ่งนัดหยุดงานในเดือนกรกฎาคม ได้เริ่มการเจรจากับสตูดิโอฮอลลีวูดอีกครั้งในสัปดาห์นี้

นักเขียนจะได้รับการปรับปรุงสัญญาจ้างครั้งใหญ่ในข้อตกลง ครอบคลุมการจ่ายโบนัสใหม่ และค่าลิขสิทธิ์ที่สูงขึ้น ดังนั้นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจำเป็นต้องหาวิธีที่จะหาจ่ายค่าใช้จ่ายมาเพิ่มเพื่อทำตามข้อตกลงของสมาคมนักเขียน ผู้กำกับ และนักแสดง

รายงานระบุด้วยว่า บริการสตรีมมิ่งหลายรายกำลังหารือเรื่องการขึ้นราคาในหลายตลาดทั่วโลก แต่มีแนวโน้มว่าจะเริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า Netflix จะขึ้นราคาเท่าใด หรือเมื่อใด

อย่างไรก็ตาม การขึ้นราคาบริการของ Netflix ในรอบปี 2566 นี้ เกิดในช่วงเดือน พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา เป็นการปรับวิธีคำนวนการแชร์หน้าจอ หรือแพ็กเกจครอบครัวใหม่ หากมีการแชร์หน้าจอไปยังบุคคลนอกครัวเรือนจะได้รับอีเมล์แจ้งเตือน ดังนั้นเพื่อให้บุคคลภายนอกใช้งานบัญชีร่วมกันได้จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม 99 บาท ต่อ 1 สมาชิกเสริม

โดยบัญชีแบบแพ็กเกจมาตรฐาน 349 บาท จะเพิ่มสมาชิกเสริมได้ 1 คน และแพ็กเกจพรีเมี่ยม เพิ่มสมาชิกเสริมได้ 2 คน

รายงานยังระบุอีกด้วยว่า สถานการณ์ในตลาดวิดีโอสตรีมมิ่งขณะนี้เป็นจังหวะเร่งทำกำไรของหลายแพลตฟอร์ม โดยการขึ้นราคาจากค่าบริการรายเดือน เช่น บริการสตรีมมิ่ง Discovery+ เวอร์ชั่นไม่มีโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็น 8.99 ดอลลาร์ จาก 6.99 ดอลลาร์

Apple TV จำหน่าย MLS Season Pass ของ Major League Soccer ในราคา 12.99 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับผู้ที่สมัครสมาชิกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Apple TV+ ในราคา 6.99 ดอลลาร์ต่อเดือน และสำหรับผู้ที่ไม่ได้สมัครสมาชิกในราคา 14.99 ดอลลาร์ต่อเดือน

Amazon กำลังปรับเพิ่มระดับราคาใหม่ สำหรับบริการ Prime Video ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยบริษัทจะใส่โฆษณาไว้ในแพ็กเกจ Prime Video และหากผู้ใช้ต้องการรับชมโฆษณาก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 2.99 ดอลลาร์ เพื่อแพ็กเกจที่ไม่มีโฆษณาคั่น

สัปดาห์หน้าค่าบริการของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Disney เวอร์ชั่นไม่มีโฆษณา ได้แก่ Disney+, Hulu และ ESPN+ กำลังจะปรับสูงขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นตามที่บริษัทประกาศในช่วงต้นปี

โดยการขึ้นราคาเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ จากการจ่ายเงินไปกับค่าคอนเทนต์จำนวนมาก เพื่อเร่งโตด้วยจำนวนผู้ชม จากนั้นก็เรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ใช้เพื่อเติบโตด้านรายได้