เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดเวที “Youth for Change” เวทีคนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบแนวคิดเพื่อสังคม
SD บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดเวที “Youth for Change” เวทีคนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบแนวคิดเพื่อสังคม
ไทยพาณิชย์ เปิดตัว ‘SCB Gold Marketplace’ เทรดทองเรตโลก 3 ร้านทองยักษ์ในแอปเดียว
Finance ไทยพาณิชย์ เปิดตัว ‘SCB Gold Marketplace’ เทรดทองเรตโลก 3 ร้านทองยักษ์ในแอปเดียว
CLICX เปิดตัว “Save More 2%” ฝากสูงสุด 1 ล้าน ดอกเบี้ย 2% นาน 12 เดือน
Finance CLICX เปิดตัว “Save More 2%” ฝากสูงสุด 1 ล้าน ดอกเบี้ย 2% นาน 12 เดือน
สภาพัฒน์ประกาศจีดีพี Q2 โต 1.9% ชะลอจากพิษราคาพลังงาน ปรับคาดการณ์ทั้งปี’69 เพิ่มเป็น 2.2%
Finance สภาพัฒน์ประกาศจีดีพี Q2 โต 1.9% ชะลอจากพิษราคาพลังงาน ปรับคาดการณ์ทั้งปี’69 เพิ่มเป็น 2.2%
LINE MAN Wongnai ถอดบทเรียนการใช้ AI เปิดตัว ‘AI Thinking Framework’ แจกคนไทยใช้ฟรี
Tech LINE MAN Wongnai ถอดบทเรียนการใช้ AI เปิดตัว ‘AI Thinking Framework’ แจกคนไทยใช้ฟรี
ทีวีไทยถึงทางแยก จะ “สร้างบ้านใหม่” หรือ “ขอกุญแจเพื่อนบ้าน”
Biz Movement ทีวีไทยถึงทางแยก จะ “สร้างบ้านใหม่” หรือ “ขอกุญแจเพื่อนบ้าน”
“Executive MBA” รุ่นแรก ชู “Your Next Strategic Move” ดึงผู้นำองค์กรถ่ายทอดเกมธุรกิจจริง
Uncategorized “Executive MBA” รุ่นแรก ชู “Your Next Strategic Move” ดึงผู้นำองค์กรถ่ายทอดเกมธุรกิจจริง
ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
Tech ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
Politics กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
ดูทั้งหมด

ไทยได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันอยู่ที่ 28 ขยับขึ้น 1 อันดับ

18 มิ.ย. 2564 | 08:21น.
นักท่องเที่ยว

IMD เปิดผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ประจำปี 2564 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 28 ขยับขึ้น 1 อันดับจากปีก่อน

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือทีเอ็มเอ (TMA) เปิดเผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2564 โดยประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้น 1 อันดับจากปี 2563 มาอยู่ในอันดับที่ 28 จาก 64 เขตเศรษฐกิจในปีนี้

ทั้งนี้ ผลจากวิกฤตการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ทำให้คะแนนสุทธิเฉลี่ยของทั้ง 64 เขตเศรษฐกิจลดลงจาก 71.82 ในปี 2563 เหลือเพียง 63.99 จากคะแนนเต็ม 100 ในปี 2564 ในขณะที่ประเทศไทยยังคงมีคะแนนสุทธิในปีนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยอยู่ที่ 72.52 โดยลดลงเล็กน้อยจาก 75.39 ในปี 2563

เมื่อพิจารณาผลการจัดอันดับของไทยในปัจจัยหลัก 4 ด้าน พบว่ามีผลการจัดอันดับดีขึ้น 3 ด้าน เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 ประกอบด้วย ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) ซึ่งดีขึ้น 3 อันดับ จากอันดับที่ 23 มาอยู่ที่อันดับ 20 ด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) ที่ดีขึ้น 2 อันดับ จากอันดับที่ 23 มาอยู่ที่อันดับ 21 และด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ซึ่งดีขึ้น 1 อันดับ จากอันดับที่ 44 มาอยู่ที่อันดับ 43

ในขณะที่ด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) มีอันดับลดลงถึง 7 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 21 โดยประเด็นสำคัญมาจากด้านการค้าระหว่างประเทศที่มีอันดับลดลงจากอันดับที่ 5 เป็นอันดับที่ 21 ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งออกภาคบริการที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลักมีอันดับลดลงค่อนข้างมากจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19

ในระดับอาเซียน IMD มีการจัดอันดับเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้รวม 5 เขตเศรษฐกิจ โดยสิงคโปร์ยังคงเป็นผู้นำถึงแม้จะมีอันดับลดลงจากอันดับที่ 1 ในปีที่แล้วมาอยู่ในอันดับที่ 5 ในปีนี้ ในขณะที่มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีอันดับดีขึ้นโดยอยู่ในอันดับที่ 25 และ 37 ตามลำดับ ส่วนฟิลิปปินส์มีอันดับลดลงจากอันดับที่ 45 ไปอยู่ในอันดับที่ 52 ในปีนี้

เมื่อมองภาพรวมในระดับโลก เขตเศรษฐกิจที่มีอันดับความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด 5 อันดับแรกในปี 2564 ได้แก่ อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 2 สวีเดน อันดับ 3 เดนมาร์ก อันดับ 4 เนเธอร์แลนด์ และอันดับ 5 สิงคโปร์ โดย 4 ปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เขตเศรษฐกิจทั้ง 5 ข้างต้น มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงในปีนี้ ได้แก่ การลงทุนในนวัตกรรม (Innovation) การนำเทคโนโลยีมาใช้ (Digitalization) ระบบสวัสดิการที่ดี (Welfare benefits) และความสมานฉันท์ในสังคม (Social cohesion)

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) กล่าวว่า “ในปีนี้ถึงแม้ไทยจะยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ถือว่ายังคงรักษาสถานการณ์ได้ดีในระดับหนึ่ง ทำให้อันดับความสามารถในการแข่งขันในปีนี้ดีขึ้น 1 อันดับ หลังจากที่ลดลงไป 5 อันดับในปีที่แล้ว ทั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าปัจจัยหลักที่ได้รับผลกระทบคือด้านเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวกว่าด้านอื่น ๆ อยู่แล้วเป็นปกติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่พึ่งพารายได้จากการส่งออกทั้งสินค้าและบริการที่มีการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในรายได้หลัก ซึ่งทำให้เราต้องมาคิดทบทวนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของประเทศหลังผ่านวิกฤตินี้ไปว่า นอกเหนือจากการเร่งฟื้นฟูภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลักแบบดั้งเดิม เราควรจะเร่งพัฒนาธุรกิจภาคบริการสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงและมีความสอดคล้องกับแนวโน้มในอนาคตเช่น ธุรกิจด้านการเงิน ธุรกิจที่สร้างทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ”

นอกเหนือจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยยังคงต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่น ๆ ที่ถึงแม้จะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีหลายปัจจัยย่อยที่ยังอยู่ในอันดับต่ำ ได้แก่ ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ ที่ต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยย่อยทางสถาบัน (Institutional Framework) และทางด้านสังคม (Societal Framework) ที่มีประเด็นที่สะท้อนผ่านการสำรวจความคิดเห็น

ได้แก่ การติดสินบนและการคอร์รัปชั่น การบังคับใช้กฎหมาย ความเสี่ยงจากความขาดเสถียรภาพทางการเมือง การมีโอกาสที่เท่าเทียม นอกจากนั้นยังมีประเด็นเกี่ยวกับอัตราการเกิดอาชญากรรม ความเท่าเทียมระหว่างเพศและบทบาทสตรีในทางการเมือง การกระจายรายได้ และเสรีภาพของสื่อมวลชน เป็นต้น

ในขณะที่ด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ เรื่องผลิตภาพ (Productivity) ยังคงเป็นประเด็นที่ไทยมีอันดับต่ำทั้งในภาพรวมและทุกภาคอุตสาหกรรม ทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต และภาคบริการ ส่วนในด้านโครงสร้างพื้นฐานมีประเด็นสำคัญด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษาที่ประเทศไทยยังคงอยู่ในอันดับต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีประเด็นสำคัญในด้านสุขภาพ ได้แก่ ด้านค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ อัตราส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากร

ด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ความสิ้นเปลืองของการใช้พลังงาน อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มลพิษทางอากาศ และการบำบัดน้ำเสียและประสิทธิภาพการใช้น้ำ เป็นของการพัฒนาในด้านอื่น ๆ มีประเด็นที่ต้องให้ความสนใจตั้งแต่ในเรื่องของงบประมาณด้านการศึกษา อัตราส่วนครูต่อนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา ไปจนถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่วัดโดยสถาบันต่าง ๆ อาทิ ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และการอ่านจากการวัดผล PISA ภาษาอังกฤษจากคะแนนเฉลี่ย TOEFL และการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยใช้ข้อมูลจาก Time Higher Education เป็นต้น ทั้งนี้ ในด้านการศึกษาซึ่งนับเป็นพื้นฐานสำคัญ

“เรื่องการศึกษาหรือการพัฒนาคนควรเป็นวาระเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาต้องให้ความสำคัญและร่วมมือในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาเพื่อเตรียมคนของเราให้พร้อมสำหรับสภาวะแวดล้อมใหม่ของโลกที่นับวันจะเปลี่ยนแปลงเร็วและแรงยิ่งขึ้น ผมคิดว่าเราตระหนักและมีการพูดถึงเรื่องนี้กันมามากแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องลงมือทำโดยจัดลำดับความสำคัญ เราต้องปลดล็อกข้อจำกัดเพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการสร้างระบบการศึกษาที่มีความคล่องตัวสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของโลกได้อย่างทันสถานการณ์มากยิ่งขึ้น” นายธีรนันท์กล่าว

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จัดอันดับ