เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สันติธาร ชี้จีดีพีไตรมาส 2 โตแค่ 1.9% เป็นความท้าทาย แจงเป็นสิ่งที่คลังคาดไว้แล้ว
Finance สันติธาร ชี้จีดีพีไตรมาส 2 โตแค่ 1.9% เป็นความท้าทาย แจงเป็นสิ่งที่คลังคาดไว้แล้ว
สวนดุสิตโพล ชี้ 60% ห่วงปัญหาฟอกเงิน จี้รัฐจัดการตัวการใหญ่
News สวนดุสิตโพล ชี้ 60% ห่วงปัญหาฟอกเงิน จี้รัฐจัดการตัวการใหญ่
รฟม. จับมือ ขสมก. เตรียม Shuttle Bus รับส่งผู้โดยสารเมื่อรถไฟฟ้าขัดข้อง
News รฟม. จับมือ ขสมก. เตรียม Shuttle Bus รับส่งผู้โดยสารเมื่อรถไฟฟ้าขัดข้อง
DITTO โชว์ผลงาน Q2 กำไรแตะ 190 ล้านบาท บริษัทเนื้อหอมยักษ์ต่างชาติรุมจีบ
Finance DITTO โชว์ผลงาน Q2 กำไรแตะ 190 ล้านบาท บริษัทเนื้อหอมยักษ์ต่างชาติรุมจีบ
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,500 บาท
นิวซีแลนด์ศูนย์กลาง ‘เกม และ VFX โลก’ ส่งออกไร้น้ำหนัก ดันเศรษฐกิจ 1.9 หมื่นล้าน
Tech นิวซีแลนด์ศูนย์กลาง ‘เกม และ VFX โลก’ ส่งออกไร้น้ำหนัก ดันเศรษฐกิจ 1.9 หมื่นล้าน
ต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทย อัพ EPS 108.8 บาท จับตา MSCI-Thailand Focus แรงดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทย อัพ EPS 108.8 บาท จับตา MSCI-Thailand Focus แรงดึงดูดฟันด์โฟลว์
สถาปัตย์ จุฬาฯ เปิดหลักสูตร Wellness ปั้นอสังหาฯรับเมกะเทรนด์ Longevity
Real Estate สถาปัตย์ จุฬาฯ เปิดหลักสูตร Wellness ปั้นอสังหาฯรับเมกะเทรนด์ Longevity
OR ปักธง Café Amazon บังกลาเทศ เปิด 8 สาขาปี’69 รุกตลาดเอเชียใต้
Business OR ปักธง Café Amazon บังกลาเทศ เปิด 8 สาขาปี’69 รุกตลาดเอเชียใต้
พาณิชย์สกัดสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า เพิ่มบัญชีเฝ้าระวัง 274 พิกัด จ่อคุย USTR ปลาย ส.ค.
Economic พาณิชย์สกัดสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า เพิ่มบัญชีเฝ้าระวัง 274 พิกัด จ่อคุย USTR ปลาย ส.ค.
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทแข็งค่า รับผลเลือกตั้งชัดเจน GDP ไทย ไตรมาสแรกดีเกินคาด

15 พ.ค. 2566 | 17:55น.
ค่าเงินบาท

ค่าเงินบาทแข็งค่า รับผลเลือกตั้งชัดเจน GDP ไทย ไตรมาสแรกดีเกินคาด

สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/5) ที่ระดับ 33.73/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/5) ที่ระดับ 33.98/00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมที่ปรับตัวลดลงเกินคาด โดยออกมาที่ระดับ 57.7 ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ที่ 63.0 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและวิกฤตภาคธนาคาร

อีกทั้งนักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับปัญหาเพดานหนี้ซึ่งอาจทำให้สหรัฐผิดนัดชำระหนี้อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ หลังจากที่มีรายงานว่า การหารือรอบที่ 2 ระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้เทนราษฎรของสหรัฐ ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์นี้แทน

พร้อมกันนี้ ด้านสำนักงานงบประมาณของสภาคองเกรสเปิดเผยในวันศุกร์ว่า สหรัฐจะเผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่จะผิดนัดชำระหนี้ภายใน 2 สัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายนหากไม่มีการปรับเพิ่มเพดานหนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงวิตกว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกของเฟดอาจฉุดเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่นายมิเชล โบว์แมน ผู้ว่าการเฟดเปิดเผยในวันศุกร์ว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.70-33.90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.78/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศเงินบาทได้รับแรงหนุนจากผลการเลือกตั้งออกมาตามที่สื่อต่าง ๆ ได้ทำการสำรวจไว้ อย่างไรก็ดี ต้องรอดูความคืบหน้าต่อไป เช่น สูตรจัดตั้งรัฐบาล การเลือกนายกรัฐมนตรี ส่วนในด้านผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไทยในไตรมาสแรกของปี 2566 ขยายตัว 2.7% ปรับตัวขึ้นจากการขยายตัวที่ 1.4% ในไตรมาสก่อนหน้าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2566 ขยายตัวจากไตรมาสที่สี่ของปี 2565 ที่ 1.9% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปีดตลาดเช้าวันนี้ (15/5) ที่ระดับ 1.0851/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/5) ที่ระดับ 1.0910/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ซึ่งตลาดยังคงจับตาการเปิดเผยข้อมูล GDP ของยูโรโซนในไตรมาสแรกวันอังคารนี้ (16/5) โดยตลาดคาดว่าเศรษฐกิจของกลุ่มจะขยายตัวเพียง 0.1% ในไตรมาสแรก นักเศรษฐศาสตร์บางคนกล่าวว่าความซบเซายังคงดำเนินต่อไป และอาจส่งผลให้เกิดภาวะถดถอยในปลายปีนี้

นอกจากนี้ตลาดยังจับตาดูดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยสถาบัน ZEW ทั้งนี้ระหว่างวันค่างินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0843-1.0880 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0864/66 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/5) ที่ระดับ 135.86/87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/5)ที่ระดับ 134.70/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 5.8% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนมีนาคมที่มีการขยายตัว 7.4% และเป็นการชะลอตัวลงติดต่อกันเดือนที่ 4 ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเริ่มปรับตัวลดลง

ข้อมูลจาก BOJ ยังระบุด้วยว่า ดัชนีราคานำเข้าในรูปสกุลเงินเยนลดลง 2.9% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนมีนาคม ที่มีการขยายตัว 9.6% ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิงและวัตถุดิบกำลังผ่านจุดสูงสุด นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ แถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมว่า เขาตั้งใจที่จะยกเลิกนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve Control – YCC) หากตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นอยู่ในกรอบเป้าหมายของ BOJ ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 135.58-136.32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 136.24/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนพฤษภาคมจากเฟดนิวยอร์ก (I5/5), อัตราว่างงานเดือนมีนาคมประเทศอังกฤษ (16/5), ดุลการค้าเดือนมีนาคมสหภาพยุโรป (16/5), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนเมษายนประเทศญี่ปุ่น (18/5), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ (18/5) และอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนประเทศญี่ปุ่น (I9/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11.50/-11.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -16.50/-14.90 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ