เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
Tech ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
Politics กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
กรมขนส่ง ไขข้อสงสัยป้ายทะเบียน TC-QC รถทดสอบต่างกันอย่างไร
Automotive กรมขนส่ง ไขข้อสงสัยป้ายทะเบียน TC-QC รถทดสอบต่างกันอย่างไร
GDP ญี่ปุ่น Q2 ขยายตัว 1.1% ต่ำกว่าคาด โจทย์ยาก BOJ สื่อสารขึ้นดอกเบี้ย
World GDP ญี่ปุ่น Q2 ขยายตัว 1.1% ต่ำกว่าคาด โจทย์ยาก BOJ สื่อสารขึ้นดอกเบี้ย
เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
Politics ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
เศรษฐกิจภูมิภาค ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน AI ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
Politics ‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน AI ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

สมอ. ขีดเส้นตาย 30 วัน กวาดล้างสินค้าไร้ มอก. ออกจากทุกแพลตฟอร์มออนไลน์

09 ก.พ. 2569 | 18:45น.
สินค้าไร้ มอก.

สภาผู้บริโภค – สมอ. ผนึกกำลัง 4 แพลตฟอร์มดัง ขีดเส้นตาย 30 วัน กวาดล้างสินค้ากลุ่มเสี่ยงอันตราย ไร้ มอก. สกัดสินค้าเถื่อนตั้งแต่ต้นทางเริ่มที่ “ไดร์เป่าผม – พาวเวอร์แบงก์ – ปลั๊กพ่วง” หวั่นเกิดความสูญเสียซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ สภาผู้บริโภค ร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ประชุมหารือร่วมกับผู้แทน 4 แพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ ได้แก่ ช็อปปี้ (Shopee), ลาซาด้า (Lazada), ไลน์ ช็อปปิ้ง (LINE Shopping), ติ๊กต๊อก (TikTok) เดินหน้ามาตรการเร่งด่วน กวาดล้างสินค้ากลุ่มเสี่ยง 3 รายการออกจากระบบภายใน 30 วัน พร้อมวางกรอบ 6 เดือน พัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูล (API) ตรวจสอบสินค้าก่อนวางขาย ป้องกันปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐานซ้ำซาก

โดยมีการแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ได้แก่ 1.มาตรการระยะสั้น กำหนดให้ทุกแพลตฟอร์มดำเนินการตรวจสอบและนำสินค้ากลุ่มเสี่ยงสูง 3 ประเภท ได้แก่ ไดร์เป่าผม ปลั๊กพ่วง และพาวเวอร์แบงก์ ที่ไม่มีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือใช้เครื่องหมายปลอม ออกจากระบบทันที โดยใช้วิธีการคัดกรองผ่านคีย์เวิร์ดสำคัญ (Keywords) ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

2.มาตรการระยะยาว เชื่อมต่อระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ หรือ เอพีไอ (API) เพื่อตรวจสอบสถานะใบอนุญาตและมาตรฐานสินค้าก่อนอนุญาตให้วางจำหน่าย (Pre-listing) ซึ่งถือเป็นการป้องกันที่ต้นเหตุ โดยช็อปปี้ อยู่ระหว่างทดสอบระบบ คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้จริงภายในเดือนหน้า ลาซาด้า และ ไลน์  ช็อปปิ้ง ได้รับหลักการเพื่อนำไปหารือฝ่ายเทคนิคและผู้บริหาร โดยตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 6 เดือน ขณะที่ติ๊กต๊อก จะหารือกับฝ่ายบริหารเนื่องจากระบบมีความซับซ้อนในระดับสากล แต่ในเบื้องต้นพร้อมใช้ช่องทางด่วนรับแจ้งเหตุจากภาครัฐเพื่อนำสินค้าออกทันที

นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ต้องการจัดการสินค้าไม่ได้มาตรฐานให้เห็นผลจริง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเสี่ยงที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน เช่น เหตุไฟฟ้าช็อตเด็กหญิง 11 ขวบเสียชีวิตจากไดร์เป่าผมที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งสะท้อนว่าการทำงานแบบเดิมที่ไล่ติดตามนำสินค้าออกเมื่อตรวจพบนั้นยังไม่เพียงพอ

“การเชื่อมต่อฐานข้อมูลระหว่างกัน หรือ API เพื่อสกัดสินค้าเถื่อน เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ทั้ง สมอ. และทุกแพลตฟอร์ม เพราะนี่คือเรื่องของชีวิตคน หากระบบยังไม่พร้อม ผู้บริโภคก็ยังต้องเสี่ยงใช้สินค้าที่เป็นอันตรายต่อไป”

นายเอกนิติ รมยานนท์

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคต้องการเห็นระบบการตรวจสอบก่อนวางขายที่เป็นรูปธรรม แพลตฟอร์มควรบังคับให้ผู้ขายส่งเอกสารและตรวจสอบเลขผลิตภัณฑ์กับฐานข้อมูลของ สมอ. ก่อนอนุญาตให้ขาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

“การเชื่อมระบบ API เป็นประตูทางเข้าด่านแรกที่จะช่วยสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานจริงตั้งแต่ต้นทาง เพราะเรื่องบางเรื่องประนีประนอมไม่ได้ โดยเฉพาะสินค้าที่อันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคจะเร่งดำเนินการแจ้งไปยังเฟซบุ๊ก (Facebook) ให้เข้ามากำกับดูแลปัญหานี้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากพบว่ายังมีการจำหน่ายสินค้ากลุ่มเสี่ยงบนเฟซบุ๊กมาร์เก็ตเพลส (Marketplace) อยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน”

รศ.ดร.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า ปัญหาที่พบจากการเฝ้าระวังของสภาผู้บริโภค แม้จะมีการนำสินค้าออกจากระบบไปแล้ว แต่ไม่นานสินค้าเหล่านั้นก็จะกลับมาวางขายใหม่ได้อีก จึงจำเป็นต้องมีระบบคัดกรองที่เข้มงวดกว่าเดิม โดยสภาผู้บริโภคอยู่ระหว่างจัดทำบัญชีรายชื่อสินค้ากลุ่มเสี่ยงส่งให้ สมอ. เพื่อร่วมกันตรวจสอบ

ผศ.ดร.วีระพันธ์ รังสีวิจิตรประภา อนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ได้เสนอมาตรการเชิงปฏิบัติโดยขอให้แพลตฟอร์มใช้ชุดคีย์เวิร์ดในการค้นหาและนำสินค้าอันตรายออกจากระบบภายใน 30 วัน โดยอ้างอิงจากรายชื่อสินค้ามาตรฐานบังคับ 150 รายการของ สมอ. นอกจากนี้ ยังเสนอให้เฝ้าระวังสินค้าที่ถูกสั่งห้ามขายในประเทศต้นทางอย่างจีน หากพบการนำเข้ามาขายในไทย แพลตฟอร์มต้องนำออกทันที หรือหากสินค้ารายการใดอยู่นอกเหนือมาตรฐาน สมอ. ก็พร้อมประสานให้ สคบ. ใช้อำนาจสั่งห้ามขายต่อไป

ขณะเดียวกัน ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ข้อมูลว่า บทบาทการกำกับดูแลแพลตฟอร์มทั้ง 21 แห่ง เป็นไปตามประกาศเรื่อง กำหนดรายชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 20 ภายใต้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมาย DPS

โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้แพลตฟอร์มมีหน้าที่ต้องตรวจสอบตัวตนผู้ขายและร่วมตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด หากพ้นช่วงระยะเวลาผ่อนปรนเพื่อพัฒนาระบบแล้ว ยังพบการเพิกเฉยหรือปล่อยให้มีการจำหน่ายสินค้าอันตรายซ้ำซาก จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย  อย่างเด็ดขาด ตั้งแต่การออกคำสั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง การเปรียบเทียบปรับทางปกครอง ไปจนถึงการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตการให้บริการ

นอกจากมาตรการทางเทคโนโลยีแล้ว สภาผู้บริโภค เตรียมยกระดับเครือข่ายภาคประชาชนผ่านหน่วยงานประจำจังหวัด 21 แห่ง และเครือข่ายสมาชิกใน 58 จังหวัด เพื่อทำหน้าที่แจ้งเบาะแสสินค้าไม่ได้มาตรฐานอย่างใกล้ชิด โดย สมอ. จะสนับสนุนด้านคู่มือเทคนิคและวิธีการตรวจสอบเพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำและนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายได้ทันที เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มต่อไป อย่างไรก็ตาม จากการหารือดังกล่าว ทุกหน่วยงานตกลงที่จะจัดการประชุมติดตามความคืบหน้าเป็นประจำทุกเดือน เพื่อประเมินสถานการณ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้าอันตรายร่วมกัน

สินค้าไร้ มอก.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มอก. สมอ.