เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (19 ส.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ส.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Gen Z เบื่อแอปหาคู่ เทรนด์ ‘Hobby Dating’ ดันอีเวนต์เติบโตพุ่งกระฉูด 403%
SD Gen Z เบื่อแอปหาคู่ เทรนด์ ‘Hobby Dating’ ดันอีเวนต์เติบโตพุ่งกระฉูด 403%
ชาวไร่มัน-อ้อยหวั่นยกเลิกอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ ฉุดดีมานด์เอทานอล วอนรัฐเร่งแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Economic ชาวไร่มัน-อ้อยหวั่นยกเลิกอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ ฉุดดีมานด์เอทานอล วอนรัฐเร่งแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ไทยจะไปดวงจันทร์ NARIT เตรียมส่งอุปกรณ์วัดอนุภาค พร้อมยานอวกาศ ฉางเอ๋อ 7
Tech ไทยจะไปดวงจันทร์ NARIT เตรียมส่งอุปกรณ์วัดอนุภาค พร้อมยานอวกาศ ฉางเอ๋อ 7
สทนช.เตือน 19-21 ส.ค. 18 จังหวัดเสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม ขณะ 13 อ่างใหญ่น้ำน้อย
Economic สทนช.เตือน 19-21 ส.ค. 18 จังหวัดเสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม ขณะ 13 อ่างใหญ่น้ำน้อย
สบน. ชี้โครงการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลอตแรก ติด ‘โซลาร์รูฟท็อป’-คมนาคมยังไม่ชง
Finance สบน. ชี้โครงการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลอตแรก ติด ‘โซลาร์รูฟท็อป’-คมนาคมยังไม่ชง
“ศุภจี” รับ GDP ไตรมาส 2 ยังไม่น่าพอใจ มั่นใจส่งออกทั้งปีโต 2 หลัก ลุยเจรจาสหรัฐปลาย ส.ค.
Economic “ศุภจี” รับ GDP ไตรมาส 2 ยังไม่น่าพอใจ มั่นใจส่งออกทั้งปีโต 2 หลัก ลุยเจรจาสหรัฐปลาย ส.ค.
ตลท. ชูหุ้นไทยฟื้นแรงเกือบ 30% ดึง 78 บจ.โชว์ศักยภาพงาน “Thailand Focus”
Finance ตลท. ชูหุ้นไทยฟื้นแรงเกือบ 30% ดึง 78 บจ.โชว์ศักยภาพงาน “Thailand Focus”
เพลงไทยเดิม โดนเคลมสิทธิผิด กรมทรัพย์สินฯ จับมือ YouTube เร่งแก้ระบบ
Economic เพลงไทยเดิม โดนเคลมสิทธิผิด กรมทรัพย์สินฯ จับมือ YouTube เร่งแก้ระบบ
มะพร้าวราคาตก “พาณิชย์” เร่งซื้อ 10 ล้านลูก หนุนสูงสุดผลละ 4 บาท
Economic มะพร้าวราคาตก “พาณิชย์” เร่งซื้อ 10 ล้านลูก หนุนสูงสุดผลละ 4 บาท
ดูทั้งหมด

“เป๊ปซี่-โค้ก” คาดปี’65 ท้าทาย จ่อขึ้นราคา-หันจับกระแสสุขภาพ

16 ก.พ. 2565 | 15:37น.
คอลัมน์ : Market-Move

สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และหลายประเทศทยอยลดหรือยกเลิกมาตรการควบคุมโรคที่ใช้มานานกว่า 2 ปี แต่สำหรับวงการธุรกิจแล้วดูเหมือนว่าปี 2565 นี้ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย

โดย 2 ยักษ์น้ำดำอย่างโคคา-โคลาและเป๊ปซี่ ต่างคาดการณ์ไปในทางเดียวกันว่า ตลอดทั้งปี 2565 นี้รายได้และผลกำไรจะถูกกระทบจากปัจจัยเงินเฟ้อและปัญหาห่วงโซ่อุปทานอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 จะสะท้อนการฟื้นตัวของตลาดเครื่องดื่มและน้ำอัดลมก็ตาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ของโคคา-โคลาและเป๊ปซี่ซึ่งออกมาเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ แต่มาพร้อมกับความกังวลต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปีนี้

โดย โคคา-โคลา คาดว่าต้นทุนสินค้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อจะทำให้ต่อต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นในระดับเลขหนึ่งหลักกลาง ๆ ทำให้ผลประกอบการปี 2565 รายได้แบบออร์แกนิกหรือรายได้ที่ไม่รวมผลของการซื้อขายกิจการจะเติบโตประมาณ 7-8%

แม้ช่วงปลายปีที่แล้วกระแสการบริโภคน้ำอัดลมและเครื่องดื่มอื่น ๆ นอกบ้านไม่เพียงแค่ฟื้นตัวกลับมา แต่ดีมานด์ยังพุ่งสูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 และช่วยให้ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตดีเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

ด้วยยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 10% เป็น 9.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หักปากกาของบรรดานักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะมียอดขาย 8.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่รายได้สุทธิเพิ่มจาก 1.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 2.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 1 พันล้าน

“เจมส์ ควินซี” ซีอีโอของโคคา-โคลาทวีปอเมริกาเหนือคาดการณ์ว่า การระบาดของไวรัสโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะส่งผลต่อตลาดรวมน้อยลงเรื่อย ๆ

ไปในทิศทางเดียวกับคู่แข่งอย่างเป๊ปซี่ที่คาดว่า ปี 2565 นี้ต้นทุนค่าบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งจะส่งผลกระทบกับผลกำไรของบริษัท พร้อมระบุว่า หลังจากนี้อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการอีก แม้ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการไปแล้วก็ตาม

เนื่องจากธุรกิจทั้งฝั่งฟริตโต-เลย์ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวต้องเผชิญกับต้นทุนค่าน้ำมันพืชสำหรับทอดวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ส่วนเครื่องดื่มต้องเจอกับค่าขนส่งและวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง “ฮิว จอนสตัน” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของเป๊ปซี่โค

ระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้คาดหมายได้ว่าเป๊ปซี่จะต้องปรับขึ้นราคาสินค้าอีกครั้ง โดยคาดว่าจากปัจจัยเหล่านี้จะทำให้รายได้แบบออร์แกนิกในปี 2565 จะเติบโต 6%

ทั้งนี้ไตรมาส 4 ของปี 2564 ที่ผ่านมาเป๊ปซี่มีรายได้สุทธิ 1.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 1.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยฟริตโต-เลย์ เติบโต 13%

ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มโตในตลาดทวีปอเมริกาเหนือ 12% ในขณะที่รายได้จากตลาดต่างประเทศเติบโตดี นำโดยภูมิภาคละตินอเมริกาซึ่งเติบโตถึง 17% ส่วนไทย จีน อินเดีย โตระดับเลขสองหลัก

ขณะเดียวกันรายงานผลประกอบการนี้ยังสะท้อนถึงเทรนด์ความนิยมเครื่องดื่มสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์จากนม น้ำผลไม้ น้ำอัดลมไร้น้ำตาล เครื่องดื่มเกลือแร่ ชา รวมไปจนถึงเครื่องดื่มเสริมอาหารและเครื่องดื่มผลิตจากพืชอื่น ๆ ต่างมีการเติบโตสูงระดับเลขสองหลัก

นำโดยเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีการเติบโตด้านปริมาณสูงสุด เนื่องจากช่วงไตรมาส 4 โค้กทุ่มงบฯ 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าซื้อกิจการแบรนด์บอดี้อาร์เมอร์ (Bodyarmor)

เพื่อเป็นทางลัดเข้าครองส่วนแบ่งในตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ ตามด้วยกาแฟที่เติบโต 17% หลังโค้กกลับไปเปิดร้านกาแฟแบรนด์คอสต้า (Costa) ในประเทศอังกฤษอีกครั้ง

ส่วนกลุ่มเครื่องดื่มสุขภาพมีการเติบโตด้านปริมาณสูงถึง 11% มีแบรนด์ซิมพลี (Simply) เป็นหัวหอก ด้วยตำแหน่งแบรนด์ที่มีรายได้อันดับ 2 ของพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งโคคา-โคลาเตรียมต่อยอดความนิยมนี้ไปยังตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยการจับมือกับมอลสัน คัวร์ส (Molson Coors)

ผู้ผลิตเครื่องดื่มและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พัฒนาสินค้าใหม่ในแบรนด์ซิมพลีในรูปแบบน้ำมะนาวผสมน้ำผลไม้แอลกอฮอล์ 5% เตรียมเปิดตัวในตลาดทวีปอเมริกาเหนือช่วงหน้าร้อนนี้

สอดคล้องกับสถานการณ์ในกลุ่มน้ำอัดลมที่โค้กซีโร่ชูก้าซึ่งเป็นน้ำอัดลมไร้น้ำตาล มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลัก ในขณะที่ภาพรวมกลุ่มน้ำอัดลมเติบโตเชิงปริมาณ 8% เท่านั้น

ความเคลื่อนไหวของ 2 ยักษ์น้ำอัดลมน่าจะช่วยสะท้อนถึงทิศทางของตลาดเครื่องดื่มในปี 2565 นี้ ซึ่งปัจจัยเรื่องห่วงโซ่อุปทานกลายเป็นความท้าทายหลักแทนการระบาดของโรคโควิด-19

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เป๊ปซี่ โค้ก