เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
Tech ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
Politics กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
กรมขนส่ง ไขข้อสงสัยป้ายทะเบียน TC-QC รถทดสอบต่างกันอย่างไร
Automotive กรมขนส่ง ไขข้อสงสัยป้ายทะเบียน TC-QC รถทดสอบต่างกันอย่างไร
GDP ญี่ปุ่น Q2 ขยายตัว 1.1% ต่ำกว่าคาด โจทย์ยาก BOJ สื่อสารขึ้นดอกเบี้ย
World GDP ญี่ปุ่น Q2 ขยายตัว 1.1% ต่ำกว่าคาด โจทย์ยาก BOJ สื่อสารขึ้นดอกเบี้ย
เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
Politics ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
เศรษฐกิจภูมิภาค ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน AI ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
Politics ‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน AI ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

ลักชัวรี่โตสวนเศรษฐกิจ ดันสินเชื่อแบรนด์เนมคึก  

16 มิ.ย. 2569 | 07:00น.
ปพน มนัสภากร

ตลาดสินค้าแบรนด์เนมไทยมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ยังเติบโตเฉลี่ย 6-7% ต่อปี แม้เศรษฐกิจชะลอตัว สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการครอบครองสินค้าลักชัวรี่ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน ส่งผลให้ธุรกิจสินเชื่อเฉพาะทางเติบโตตาม โดย “Brandname Money” ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อปี 2569 แตะ 400 ล้านบาท หลังสินเชื่อเช่าซื้อโตแรงเกินคาด

นายปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด (Brandname Money) เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ตลาดสินค้าแบรนด์เนมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดราว 200,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 6-7% ต่อปี สะท้อนว่าความต้องการครอบครองสินค้าลักชัวรี่ยังมีอยู่ในทุกช่วงเศรษฐกิจ ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่อยู่ในวัย 30 ปีขึ้นไป ปัจจุบันกลุ่มอายุ 20 ปีเริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการเครื่องมือทางการเงินเพื่อช่วยบริหารสภาพคล่องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้จากภาพรวมเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ความต้องการสินค้าแบรนด์เนมยังคงแข็งแกร่ง ทั้งเพื่อเสริมภาพลักษณ์ สร้างความมั่นใจ ใช้เป็นของขวัญ หรือเป็นรางวัลให้กับตนเอง ขณะเดียวกันผู้บริโภคจำนวนมากต้องการเก็บเงินสดไว้ใช้จ่ายหรือสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน จึงเลือกใช้สินเชื่อแทนการจ่ายเงินก้อน

“ลูกค้าหลายคนไม่ได้มีปัญหาเรื่องกำลังซื้อ แต่ต้องการรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้สำหรับโอกาสอื่น ๆ มากกว่า การวางเงินดาวน์เพียงบางส่วนแล้วผ่อนชำระ ทำให้สามารถครอบครองสินค้าได้โดยไม่ต้องดึงเงินสดทั้งหมดออกมาใช้ในครั้งเดียว”

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัทที่เติบโตต่อเนื่อง โดยสิ้นปี 2568 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อรวม 200 ล้านบาท และตั้งเป้าขยายเป็น 400 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2569 หรือเติบโต 100% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงอยู่ที่ระดับ 0%

ด้านผลกำไร บริษัทพลิกจากการขาดทุนประมาณ 1 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นธุรกิจ มาเป็นกำไรประมาณ 8 ล้านบาทในปี 2568 และในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 สามารถทำกำไรได้แล้ว 8 ล้านบาท ส่งผลให้คาดว่ากำไรทั้งปีจะอยู่ที่ราว 20 ล้านบาท

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตคือสินเชื่อเช่าซื้อสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เติบโตโดดเด่นที่สุดของบริษัท โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มียอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรวมกว่า 53-54 ล้านบาท สูงกว่ายอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อตลอดทั้งปี 2568 ที่มีมูลค่า 25.5 ล้านบาท

นายปพนกล่าวว่า ความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งการที่ผู้บริโภคไม่ต้องการจ่ายเงินสดก้อนใหญ่ การนำเงินไปลงทุนต่อในสินทรัพย์ประเภทอื่น ข้อจำกัดของวงเงินบัตรเครดิต รวมถึงลักษณะเฉพาะของสินค้าลักชัวรี่หลายรายการที่มี Waiting List ทำให้ผู้บริโภคจำเป็นต้องตัดสินใจซื้อทันทีเมื่อได้รับโอกาส

ปัจจุบัน Brandname Money ให้บริการหลัก 3 รูปแบบ ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อแบบ “ผ่อนไปใช้ไป” สินเชื่อ “ผ่อนจบรับของ” และบริการขายฝากสินค้าแบรนด์เนม โดยทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับฐานลูกค้าหลักยังเป็นกลุ่มอายุ 30-40 ปี คิดเป็นสัดส่วน 50% ของพอร์ต โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจ SME รองลงมาคือพนักงานออฟฟิศ ขณะที่มูลค่าสินค้าเฉลี่ยที่ขอสินเชื่ออยู่ในช่วง 100,000-300,000 บาท แม้จะมีลูกค้าบางส่วนที่ซื้อสินค้าระดับหลายล้านบาทก็ตาม

เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด บริษัทได้เปิดบริการ Personal Assistant (PA) หรือเลขาส่วนตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าตั้งแต่การให้คำปรึกษา ตรวจสอบราคา ดำเนินการด้านสินเชื่อ ไปจนถึงการชำระเงินที่ร้านค้า โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้าแบรนด์เนมภายในช็อป

นอกจากนี้ บริษัทยังขยายเครือข่ายพันธมิตรร้านค้าแบรนด์เนมมือสองอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนร้านค้าที่ส่งลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นจาก 40 ร้าน เป็น 70 ร้านทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มโอกาสในการปล่อยสินเชื่อและขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังเปิดโครงการ Agent ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนความชอบให้เป็นรายได้” เพื่อสร้างเครือข่ายผู้แนะนำลูกค้าเข้าสู่ระบบสินเชื่อของบริษัท และขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในตลาดลักชัวรี่มากขึ้น

นายปพนระบุว่า ในด้านการระดมทุน ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร 3-4 ราย ทั้งในและนอกตลาดทุน โดยมองหาพันธมิตรที่มีต้นทุนและมีความแข็งแกร่งด้านระบบติดตามหนี้ เพื่อช่วยสนับสนุนการขยายพอร์ตสินเชื่อในระยะต่อไป

“สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่เพียงเงินลงทุน แต่เป็นพันธมิตรที่สามารถเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจและช่วยให้บริษัทเติบโตได้เร็วขึ้น”

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าศึกษาแผนการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในช่วงปี 2571-2572 เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภาพที่เกิดขึ้นในตลาดลักชัวรี่สะท้อนว่าผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้ลดความต้องการซื้อสินค้าแบรนด์เนมลง แต่เลือกใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารสภาพคล่องมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจสินเชื่อเฉพาะทางสำหรับสินค้าแบรนด์เนมกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดที่เติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมลักชัวรี่ในประเทศไทย