เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
InnovestX เปิดตัว ‘DR23’ ลอตใหญ่ หนุนทะลุ 100 หลักทรัพย์ เปิดโอกาสลงทุน AI-ชิป-พลังงาน-อวกาศ-ควอนตัมทั่วโลก
Finance InnovestX เปิดตัว ‘DR23’ ลอตใหญ่ หนุนทะลุ 100 หลักทรัพย์ เปิดโอกาสลงทุน AI-ชิป-พลังงาน-อวกาศ-ควอนตัมทั่วโลก
เปิดประวัติ ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่
Politics เปิดประวัติ ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่
ครม. ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ ยกระดับสวัสดิการ
Politics ครม. ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ ยกระดับสวัสดิการ
กสิกรไทย เปิดตัว ‘K Virtual Account’ ช่วยธุรกิจรับเงินได้หลายบัญชี ภายใต้ Master Account เดียว
Finance กสิกรไทย เปิดตัว ‘K Virtual Account’ ช่วยธุรกิจรับเงินได้หลายบัญชี ภายใต้ Master Account เดียว
‘เอกนัฎ’ ดัน ‘โซลาร์ล้านหลังคา’ ติดฟรี-ผ่อนผ่านบิล ประชาชนเป็น ‘นายทุนพลังงาน’
Economic ‘เอกนัฎ’ ดัน ‘โซลาร์ล้านหลังคา’ ติดฟรี-ผ่อนผ่านบิล ประชาชนเป็น ‘นายทุนพลังงาน’
สั่งหยุดปรับพื้นที่ WHA ESIE 5 หลังพบหลักฐานระเบิดหิน จี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงภายใน 3 วัน
Economic สั่งหยุดปรับพื้นที่ WHA ESIE 5 หลังพบหลักฐานระเบิดหิน จี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงภายใน 3 วัน
รฟท. จับมือ ม.มหิดล วิจัยระบบราง ลุยศึกษาสายสีแดงส่วนต่อขยาย
News รฟท. จับมือ ม.มหิดล วิจัยระบบราง ลุยศึกษาสายสีแดงส่วนต่อขยาย
‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ปลัดพลังงาน คนใหม่ อายุราชการ 5 ปี เกษียณ 2574
Politics ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ปลัดพลังงาน คนใหม่ อายุราชการ 5 ปี เกษียณ 2574
คลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ ยืนยันตัวตน e-KYC ภายใน 30 ก.ย.
Finance คลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ ยืนยันตัวตน e-KYC ภายใน 30 ก.ย.
นายกฯ ปลุกลงทุนไทย-ออสเตรเลีย จีบ 53 บิ๊กธุรกิจ
Politics นายกฯ ปลุกลงทุนไทย-ออสเตรเลีย จีบ 53 บิ๊กธุรกิจ
ดูทั้งหมด

เอสซีลอร์ฯปั้นไทยฮับ R&D ชิงตลาดอาเซียน ชูนวัตกรรมเลนส์ รุกค้าปลีก “ท็อปเจริญ”

27 เม.ย. 2569 | 13:22น.
EssilorLuxottica

เอสซีลอร์ลูซอตติกาปั้นไทยฮับ R&D แบบ End to End เชื่อมวิจัย-ฐานผลิต ดันนวัตกรรมเลนส์และสมาร์ทอายแวร์แบบเทลเลอร์เมดจากโรงงาน พร้อมต่อยอดร้าน “ท็อปเจริญ” ขยายช่องทางค้าปลีกเจาะตลาดชิงดีมานด์แว่นตาเอเชีย

นายดาวิเด้ สกีเนติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) กล่าวว่า อุตสาหกรรมแว่นตาโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “อุปกรณ์ช่วยมองเห็น” สู่ “เทคโนโลยีสุขภาพและอุปกรณ์อัจฉริยะ” อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่มีอัตราผู้มีภาวะสายตาสั้นสูงที่สุดในโลก กลายเป็นแรงขับสำคัญให้ผู้เล่นระดับโลกต้องเร่งลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน

ดาวิเด้ สกีเนติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เอสซีลอร์ลูซอตติกา
ดาวิเด้ สกีเนติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เอสซีลอร์ลูซอตติกา

ด้วยเหตุนี้ในฐานะผู้นำธุรกิจแว่นตาระดับโลก บริษัทจึงเร่งวางหมากใหม่ ด้วยการเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) แห่งใหม่ในย่านลาดกระบัง บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยวัสดุขั้นสูงเข้ากับการผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรม

ชูเลนส์เทลเลอร์เมดจากโรงงาน

นายดาวิเด้อธิบายว่า แรงผลักสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ มาจากพฤติกรรมผู้บริโภคในเอเชียที่มีแนวโน้มใช้สายตาหนักขึ้น ทั้งจากการใช้หน้าจอดิจิทัล และวิถีชีวิตในเมือง ซึ่งส่งผลให้ภาวะสายตาสั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บริษัทจึงมุ่งพัฒนาเลนส์ที่ตอบโจทย์ “สายตาเฉพาะบุคคล” มากขึ้น ทั้งในมิติของการออกแบบโครงสร้างเลนส์ การควบคุมแสงที่กระทบดวงตา และการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก

ในเชิงผลิตภัณฑ์ยังมุ่งพัฒนาเลนส์ให้มีคุณสมบัติ “บาง เบา แข็งแรง” สวมใส่สบายมากขึ้น พร้อมทั้งใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การวิจัยไบโอแมททีเรียลควบคู่กับวัสดุสังเคราะห์

ขณะเดียวกัน ยังต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีใหม่อย่างสมาร์ทอายแวร์ เช่น Ray-Ban Meta ที่ผสานดีไซน์เข้ากับ AI สะท้อนการขยายตัวของตลาดจาก “เลนส์สายตา” สู่ “อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ”

EssilorLuxottica

 

ดันไทยเป็นฮับแบบ End-to-End

โดยการเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้งศูนย์ R&D ไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อสร้างฮับที่เชื่อมระหว่างการวิจัยและการผลิต เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีฐานการผลิตในไทย 3 แห่ง ได้แก่ ระยอง, ชลบุรี และลาดกระบัง ซึ่งทำให้ไทยถือเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของบริษัททั่วโลก

ศูนย์ R&D แห่งใหม่นี้จึงเข้ามาเติมเต็มห่วงโซ่คุณค่า ทำให้บริษัทสามารถพัฒนา, ทดสอบ และต่อยอดสู่การผลิตจริงได้ในพื้นที่เดียว

อีกปัจจัยสำคัญคือ ศักยภาพของบุคลากรไทย ที่มีทักษะด้านความละเอียดและความแม่นยำสูง สอดคล้องกับลักษณะของอุตสาหกรรมออปติก รวมถึงมี Ecosystem ด้านการวิจัยที่ครบถ้วน ทั้งความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกงานและนักวิจัยรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมผลักดันการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิบัตรในประเทศ เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

EssilorLuxottica

ศูนย์ R&D ครบวงจร

นายดาวิเด้เปิดเผยว่า โครงสร้างของศูนย์ R&D แห่งนี้ออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยวัสดุ ไปจนถึงการจำลองการผลิตจริง แบ่งการทำงานออกเป็นห้องวิจัยแบบ Dry และ Wet ในส่วนของ Dry Lab จะวิเคราะห์คุณสมบัติวัสดุในเชิงโครงสร้าง ตรวจสอบความเสถียรและการเปลี่ยนแปลงเมื่อใช้งานระยะยาว โดยวิจัยลงลึกถึงระดับอะตอม เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพของเลนส์

EssilorLuxottica

ขณะที่ Wet Lab จะเน้นการสังเคราะห์วัสดุใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่การแยก, สกัด และพัฒนาโมเลกุล เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามต้องการ รองรับทั้งการพัฒนาเลนส์ประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีเมดเทค และนวัตกรรมสมาร์ทอายแวร์ในอนาคต

EssilorLuxottica

ขั้นตอนต่อไปคือ Prototype Line ซึ่งทำหน้าที่จำลองกระบวนการผลิตจริง เพื่อทดสอบว่าสูตรวัสดุและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้หรือไม่ อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือห้องผสมโพลิเมอร์ ซึ่งใช้สูตรจากห้องวิจัยมาทดลองในสเกลใหญ่ขึ้น เพื่อทดสอบว่าสูตรวัสดุและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น สามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้หรือไม่ ระบบภายในถูกออกแบบให้ใช้ท่อและเครื่องจักรในการลำเลียงและผสมสาร แทนการใช้แรงงานคนเพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีโดยตรง

EssilorLuxottica

โดยทิศทางสำคัญของศูนย์คือ การยกระดับสู่ระบบออโตเมชั่นเต็มรูปแบบ จากเดิมที่พึ่งพาแรงงานคน ไปสู่การใช้เครื่องจักรควบคุมกระบวนการผลิต โดยมีพนักงานทำหน้าที่กำกับคุณภาพ

EssilorLuxottica

ทั้งนี้ วัตถุดิบตั้งต้นอย่างฟิล์ม, กาว และซิลิโคน แม้ยังมีการจัดซื้อจากภายนอก แต่มีแผนต่อยอดสู่การพัฒนาใช้เองมากขึ้น รวมถึงการวิจัยวัสดุจากธรรมชาติหรือไบโอแมททีเรียล เพื่อตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนและลดการพึ่งพาซัพพลายเชนภายนอก มีเพียงเทป ซึ่งบริษัทพัฒนาขึ้นเองทั้งหมด เพื่อควบคุมคุณสมบัติให้ตรงตามมาตรฐานการผลิต

“แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง วิกฤตการขนส่ง และราคาพลังงานที่ผันผวน แต่บริษัทระบุว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของศูนย์แห่งนี้ เนื่องจากมีการสต๊อกวัตถุดิบสำหรับการวิจัยอย่างเพียงพอ และมีแผนพัฒนาวัตถุดิบใช้เองเพื่อลดความเสี่ยง”

EssilorLuxottica

ขณะที่ นายเปียร์ เฟอร์ม็องแต็ง หัวหน้าฝ่าย Chemicals & Materials Technology ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนา เอสซีลอร์ลูซอตติกา เสริมว่า ศูนย์แห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมแบบครบวงจร” ตั้งแต่ต้นน้ำของการคิดค้นวัสดุ ไปจนถึงปลายน้ำของการจำลองการผลิต เพื่อย่นระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากห้องแล็บสู่เชิงพาณิชย์ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เปียร์ เฟอร์ม็องแต็ง หัวหน้าฝ่าย Chemicals & Materials Technology เอสซีลอร์ลูซอตติกา
เปียร์ เฟอร์ม็องแต็ง หัวหน้าฝ่าย Chemicals & Materials Technology เอสซีลอร์ลูซอตติกา

ต่อยอดดีล “ท็อปเจริญ”

นายดาวิเด้ยังระบุอีกว่า ในด้านตลาด บริษัทเดินหน้าขยายเครือข่ายค้าปลีก ผ่านการลงทุนใน “ท็อปเจริญ” ซึ่งมีสาขากว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ การเข้าลงทุนดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมจาก R&D สู่ผู้บริโภคได้โดยตรง พร้อมยกระดับร้านแว่นตาสู่แพลตฟอร์มด้านสุขภาพสายตา กลยุทธ์นี้ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ผู้บริโภคต้องการโซลูชั่นเฉพาะบุคคลมากขึ้น

ดันไทยสู่ศูนย์กลางแว่นอาเซียน

นายดาวิเด้กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทย จากฐานการผลิต สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมในอุตสาหกรรมแว่นตา หลังที่ผ่านมาเอสซีลอร์ลูซอตติกามีศูนย์วิจัยและพัฒนาหลากหลายรูปแบบในภูมิภาคเอเชีย ทั้งสิงคโปร์, จีน, ไทย, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ในระยะยาว ศูนย์ R&D ในประเทศไทย จะทำหน้าที่สนับสนุนเครือข่ายระดับโลกในด้านการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีด้านเลนส์โดยเฉพาะ ให้กับโรงงานในหลายประเทศ อาทิ เม็กซิโก, ฝรั่งเศส, ฟิลิปปินส์ และจีน รวมถึงแผนขยายบทบาทเพิ่มเติมในอนาคต

เพราะท่ามกลางการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ความสามารถในการเชื่อมโยง “วิจัย-ผลิต-ตลาด” จะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาด และเป็นจุดที่ไทยกำลังถูกวางให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน