เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
Politics ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
เศรษฐกิจภูมิภาค ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน Ai ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
Politics ‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน Ai ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,600 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐเตรียมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐเตรียมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
นายกฯ ซัดเฟกนิวส์ม็อบไล่รัฐบาล มอง ‘คนอยากเป็นรัฐบาล’ เดิมเกมปมฮั้ว สว.
Politics นายกฯ ซัดเฟกนิวส์ม็อบไล่รัฐบาล มอง ‘คนอยากเป็นรัฐบาล’ เดิมเกมปมฮั้ว สว.
นายกฯ ยันเงินคงคลังไม่เคยขาด ชี้ต้องดูให้สมดุลก่อนเคาะชัด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2
Politics นายกฯ ยันเงินคงคลังไม่เคยขาด ชี้ต้องดูให้สมดุลก่อนเคาะชัด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2
นายกฯ ชี้สหรัฐให้เลือกข้างศึก AI ไม่กระทบดีลภาษี ยันไม่ใช้มั่นคงกดดันการค้า
Politics นายกฯ ชี้สหรัฐให้เลือกข้างศึก AI ไม่กระทบดีลภาษี ยันไม่ใช้มั่นคงกดดันการค้า
ดูทั้งหมด

กันแดด 5,000 ล้านเดือด 3 ยักษ์บิวตี้เร่งอัดกลยุทธ์ชิงเค้ก

28 ส.ค. 2568 | 11:20น.

สมรภูมิ “กันแดด” ในไทยมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อผู้เล่นในวงการสกินแคร์ ทั้งยักษ์ใหญ่ แบรนด์ไทยเก่าแก่ และน้องใหม่ต่างออกมาเคลื่อนไหว-ทุ่มงบฯทำตลาดคึกคัก

ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่อย่าง “นูโทรจีนา” ที่หวนคืนวงการด้วยกันแดดสูตรใหม่ พร้อมจุดแข็งด้านนวัตกรรมและเนื้อสัมผัส หวังพิชิตใจผู้บริโภค ขณะที่ “ศรีจันทร์” แบรนด์ไทยเก่าแก่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ส่งเซรั่มกันแดดตัวใหม่ลงสนาม พร้อมอัดกลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจร เช่นเดียวกับน้องใหม่สัญชาติไทย HER HYNESS ที่เปิดตัวกันแดด พร้อมใช้กลยุทธ์แบรนด์แอมบาสซาเดอร์เป็นครั้งแรก

ทุกค่ายล้วนเปิดศึกเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดที่เติบโตอย่างร้อนแรงไม่แพ้แดดเมืองไทย ที่สำคัญตลาดกันแดดไม่เพียงแค่ไม่อิ่มตัว แต่จะยังขยายตัวต่อเนื่องอีกด้วย เพราะด้วยสภาพอากาศ และการหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมากขึ้นของกลุ่มผู้บริโภค ทำให้ “ผลิตภัณฑ์กันแดด” ยกระดับสู่ “สินค้าจำเป็น” ที่ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยยอมควักกระเป๋าจ่าย

ตลาดโต-คนเริ่มใช้ตั้งแต่ 8 ขวบ

“รวิศ หาญอุตสาหะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ยืนยันว่า แม้ในตลาดกันแดดจะแข่งขันสูง จากการมีผู้เล่นรายใหม่ ๆ เข้ามาในตลาด แต่ตลาดนี้ยังไม่อิ่มตัว และยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดเจนจากทั้งการเติบโตของมูลค่า และผู้บริโภคหน้าใหม่ที่อายุน้อยลงเรื่อย ๆ

“ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 15,000-20,000 ล้านบาท ส่วนช่องทางโมเดิร์นเทรดมีสัดส่วนประมาณ 5,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 5-10% ต่อปี”

ปัจจุบันผู้บริโภคไทยเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอายุน้อยลงเรื่อย ๆ โดยพบว่าขณะนี้เด็ก 8 ขวบก็เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดกันแล้ว และผลิตภัณฑ์กันแดดยังถูกมองเป็นสินค้าที่จำเป็นที่สุด และผู้บริโภคยอมจ่าย เนื่องจากกระแสตระหนักถึงความสำคัญการป้องกันรังสี UV และมลพิษในชีวิตประจำวัน หลังมีการสื่อสารความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของรังสี UV ในหลากหลายช่องทาง รวมกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด

“เนื้อสัมผัส” ปัจจัยชี้ขาด

ด้านการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดนั้น เริ่มก้าวข้ามจุดขายเดิม ๆ อย่างระดับการป้องกันรังสี UV หรือ SPF ซึ่งกลายเป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องมีไปสู่เรื่อง “เนื้อสัมผัส” ของตัวผลิตภัณฑ์ และการมีผลวิจัยรองรับประสิทธิภาพ ทั้งการกันแดดและประสิทธิภาพเสริมอื่น ๆ

“รวิศ” บอกว่า ตอนนี้คนไทยให้ความสำคัญกับเนื้อสัมผัสมาก คนจะชอบหรือไม่ชอบกันแดดตัวไหน จุดตัดสินอยู่ที่ว่าเนื้อสัมผัสโอเคไหม หนืดไหม ซึมช้าไหม หรือแต่งหน้าแล้วรบกวนเมกอัพหรือเปล่าซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญที่แบรนด์จะต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกมิติการใช้งาน

สอดคล้องกับความเห็นของ “ชวีนา จิตรสมบูรณ์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด นูโทรจีนา และหัวหน้าธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ยอมรับว่า ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดกันแดดส่วนใหญ่จะแข่งขันกันที่เนื้อสัมผัส เนื่องจากค่า SPF 50 ของทุกแบรนด์ให้ประสิทธิภาพการปกป้องที่ใกล้เคียงกันหมด จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเนื้อสัมผัส โดยเชื่อว่าเนื้อสัมผัสที่ถูกใจผู้บริโภคไทยนั้นต้องบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ

แค่กันแดดไม่พอต้องมีฟังก์ชั่น

“ชวีนา” กล่าวเสริมด้วยว่า นอกจากประสิทธิภาพการกันแดดแล้ว ผลิตภัณฑ์ยังต้องมีฟังก์ชั่นเสริมอย่างการบำรุงผิว ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกสบายผิว สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เพราะขณะนี้ผู้บริโภคไทยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลผิวและใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุน้อยกว่า 40 ปี ที่เกินครึ่งหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ชะลอวัย และผู้ชายเกือบ 50% ก็เริ่มหันมาใช้สกินแคร์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กันแดดกันแล้ว

ขณะที่ “กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์” Founder and CEO, HER HYNESS บอกว่า การมีผลวิจัยจากสถาบันที่น่าเชื่อถือมารองรับคุณภาพและฟังก์ชั่นของผลิตภัณฑ์ เป็นอีกจุดสำคัญที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบัน เนื่องจากเกิดเทรนด์ “คลีนบิวตี้” หรือการที่ผู้บริโภคทั้งไทยและทั่วโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพ-ประสิทธิภาพของสินค้า มีผลการทดสอบมาตรฐานคลินิกรองรับ

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของบริษัทวิจัย Euromonitor ระบุว่า ในปี 2568 นี้ ผู้บริโภคทั่วโลกจำนวน 40% ให้ความสำคัญกับคลีนบิวตี้ โดย 4 ประเทศที่มีผู้บริโภคกลุ่มคลีนบิวตี้สูง ประกอบด้วย อินโดนีเซีย 59%, อินเดีย 57%, ไทย 56% และแอฟริกาใต้ 53%

พาเหรดออกสินค้าใหม่

ด้วยดีมานด์และโอกาสเติบโตดังกล่าว ทำให้แต่ละแบรนด์ต่างส่งสินค้าเด่นเข้าสู่ตลาด พร้อมทุ่มงบฯการตลาดแบบไม่หวั่นสภาพเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันการรับรู้และยอดขาย

โดยแบรนด์ “ศรีจันทร์” ส่ง “SRICHAND SUNLUTION ROSIA ULTRA PROTECTION SERUM SUNSCREEN SPF50+ PA++++” หรือเซรั่มกันแดดกุหลาบ ที่จะเน้นตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายวัย 20-40 ปี ที่ต้องการผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่เพียงแค่ป้องกันแสงแดด แต่ต้องมีเนื้อสัมผัสบางเบา ใช้แล้วสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่รบกวนเมกอัพ

พร้อมอัดกลยุทธ์ Music Marketing และกระจายสินค้าทดลองผ่าน KOL และ Beauty Creator ทั้งบนช่องทางออนไลน์และกิจกรรมออนกราวนด์ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้จริง คาดว่าสิ้นปี 2568 กลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดดศรีจันทร์จะสามารถเติบโตอยู่ที่ 50% จากเดิมที่อัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40%

“การทำการตลาดสมัยนี้ไม่ใช่แค่การทุ่มงบฯแบบเดิม ๆ แต่ต้องทำอย่างไรให้ผู้บริโภครู้จักและอยากลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเราจริง ๆ ซึ่งกันแดดถือเป็นสินค้าที่ต้องลองถึงจะรู้ว่าชอบหรือไม่ เราจึงเน้นแจกสินค้าตัวอย่างผ่าน KOL และกิจกรรมออนกราวนด์ควบคู่กันไป”

ด้าน “นูโทรจีนา” นำ “Neutrogena Ultra Sheer Fluid Sunscreen” พร้อมจุดเด่นด้านนวัตกรรมที่ผสานสารการกันแดดเข้ากับการบำรุงผิว และการมีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ มาเปิดตัวในไทยเป็นประเทศแรก รวมถึงใช้เป็นกรณีศึกษาสำหรับตลาดอื่น ๆ ด้วย

ชูกลยุทธ์ “พรีเซ็นเตอร์”

ขณะเดียวกันยังมีแผนทำการตลาดแบบจัดเต็ม ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยเฉพาะสื่อโฆษณานอกบ้าน ควบคู่ไปกับการดึง “เจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ที่แอ็กทีฟ ใส่ใจสุขภาพ และมีความคิดแบบ Smart Beauty ที่ดูแลตัวเองอย่างรอบด้าน

ควบคู่กับการใช้อินฟลูเอนเซอร์และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) ถ่ายทอดข้อมูลผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในยุคปัจจุบัน

“โดยเป้าหมายในรอบนี้เราต้องการให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้จริง แล้วกลับมาซื้อซ้ำภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเชื่อว่าผลิตภัณฑ์นี้จะสามารถสร้างความแตกต่างได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง” ชวีนากล่าว

ส่วน “HER HYNESS” มี UV Adapt Hya Water Sunscreen SPF50+ PA++++ ชูจุดเด่นกันแดดได้ยาวนานขึ้น ตอบเพนพอยต์ของผู้บริโภคที่ต้องทากันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง พร้อมตอบโจทย์กลุ่มคลีนบิวตี้ด้วยผลทดสอบจากห้องแล็บมาตรฐานสากล 4 แห่ง ยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อผู้ที่ผิวแพ้ง่าย

รวมถึงจับมือ “หลิงหลิง คอง” หรือ “ศิริลักษณ์ คอง” นักแสดงและนางแบบลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง สังกัดสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรกของแบรนด์ HER HYNESS และปูพรมกิจกรรมกับเหล่าแฟนคลับ อีเวนต์ ฯลฯ ต่อเนื่องตลอดหลายปีข้างหน้าอีกด้วย

No.1 ใช้งบฯโฆษณาดิจิทัลสูงสุด

ความทุ่มเทแบบจัดเต็มของแบรนด์ในการเปิดตัวสินค้าและโหมทำตลาดนี้ สะท้อนได้จากมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัล ที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณยังครองตำแหน่งธุรกิจที่ใช้งบฯสูงสุด แซงธุรกิจอื่น ๆ

“ดร.อาภาภัทร บุญรอด” กรรมการผู้จัดการฝ่ายลูกค้า คันทาร์ (ประเทศไทย) บริษัทวิจัยทางการตลาด ฉายภาพว่า ในปี 2568 นี้ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณยังคงเป็นธุรกิจที่ใช้งบฯโฆษณาดิจิทัลสูงสุด ด้วยมูลค่า 5,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 16% ของตลาดโฆษณาดิจิทัล

รองลงมาเป็นกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ใช้งบฯ 3,062 ล้านบาท หรือ 9% ของตลาด และเติบโต 22% ขณะที่กลุ่มยานยนต์ใช้งบฯ 2,515 ล้านบาท ลดลง 17% ตามด้วยกลุ่มโทรคมนาคม ใช้งบฯ 2,381 ล้านบาท โต 17% สุดท้ายคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากนม ที่ใช้งบฯ 2,227 ล้านบาท และเติบโต 11%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครีมกันแดด บิวตี้